แนวทางพิจารณา ออกแบบ และวางแผนการติดตั้งระบบประกาศเสียงแบบ IP

ยกระดับการประกาศเสียงแบบ IP: แนวทางการออกแบบและวางแผน

ในยุคดิจิทัลเช่นปัจจุบัน ระบบประกาศเสียงแบบ IP (IP Public Address System) ได้เข้ามาแทนที่ระบบอะนาล็อกแบบดั้งเดิมอย่างรวดเร็ว ด้วยความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และความสามารถในการรวมเข้ากับเครือข่ายที่มีอยู่ได้อย่างราบรื่น หากองค์กรของคุณกำลังพิจารณาเปลี่ยนผ่าน นี่คือแนวทางที่ครอบคลุมในการวางแผนและติดตั้งระบบ IP PA ที่มีประสิทธิภาพ


ข้อดีที่เหนือกว่าของระบบประกาศเสียงแบบ IP

ความยืดหยุ่นในการติดตั้งและขยายระบบ

  • ใช้โครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย LAN/WAN ที่มีอยู่เดิม ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการเดินสายใหม่
  • ง่ายต่อการเพิ่ม ลำโพง หรือ อุปกรณ์ ประกาศใหม่ในจุดใดก็ได้ที่มีเครือข่าย สามารถขยายระบบได้ในภายหลังด้วยการขยายเน็ตเวิร์ค
  • สามารถเชื่อมต่อระบบผ่านทางไกลได้ ส่งสัญญาณข้ามสาขาได้

คุณภาพเสียงที่เหนือกว่า

  • ส่งสัญญาณแบบดิจิทัล ทำให้เสียงคมชัด ไม่สูญเสียคุณภาพจากระยะทางไกล (Latency ต่ำ)
  • สามารถกำหนด โซน (Zoning) ได้อย่างละเอียดและปรับแต่งค่าการทำงานได้ยืดหยุ่นผ่านซอฟต์แวร์

การเชื่อมต่อและรวมระบบ (Integration)

  • สามารถรวมเข้ากับระบบอื่นๆ ได้ เช่น VoIP, ระบบรักษาความปลอดภัย, ระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย (Fire Alarm) เพื่อการแจ้งเตือนอัตโนมัติ

การควบคุมและจัดการจากส่วนกลาง

  • บริหารจัดการ ควบคุมสถานะ ตั้งค่า และปรับแต่งระบบผ่านซอฟต์แวร์ หรือ เว็บบราวเซอร์ ได้จากทุกที่

ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาในการออกแบบ

ก่อนการติดตั้ง จำเป็นต้องมีการประเมินอย่างรอบด้านเพื่อรับประกันว่าระบบจะตอบโจทย์การใช้งาน ดังนี้

พิจารณาขอบเขตการใช้งาน (Scope of Use)

  • ประเภทของพื้นที่: เป็นอาคารสำนักงาน, โรงเรียน, โรงงาน, โรงพยาบาล หรือพื้นที่เปิดโล่ง แต่ละสถานที่ต้องการชนิดของลำโพงและความดังที่แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
  • ประเภทของการประกาศ: ประกาศฉุกเฉิน, ประกาศทั่วไป, เพลงพื้นหลัง (BGM), การแจ้งเตือนอัตโนมัติตามกำหนดเวลา หรือการ Trigger จากระบบอื่น
  • ความต้องการในการประกาศแบบแบ่งโซน (Zonal PA): ต้องการแบ่งพื้นที่ประกาศออกเป็นกี่โซน? (เช่น ชั้น 1, ชั้น 2, โซนโรงอาหาร) 

พิจารณาโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย (Network Infrastructure)

  • ความพร้อมของเครือข่าย IP: มีอุปกรณ์เครือข่าย Ethernet Switch และจำนวนพอร์ตที่ต้องใช้เชื่อมต่อเพียงพอหรือไม่? ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งอุปกรณ์หรือไม่?  คุณภาพสัญญาณเครือข่ายในปัจจุบันดีเพียงพอหรือไม่?
  • PoE (Power over Ethernet): พิจารณาใช้ลำโพงที่รองรับ PoE (802.3af/at) เพื่อจ่ายไฟผ่านสาย LAN ทำให้ไม่ต้องเดินสายไฟแยกต่างหาก
  • ความปลอดภัยของเครือข่าย: สามารถใช้งานระบบประกาศเสียงบนโครงข่ายข้อมูลเดิม เพื่อลดต้นทุนในการเดินสายและเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ได้หรือไม่? ควรแยก VLAN เพื่อความเสถียรและความปลอดภัยหรือไม่?

สภาพแวดล้อมและอะคูสติก (Acoustics)

  • ระดับเสียง (ความดังที่ต้องการ): ต้องเลือกชนิดลำโพงที่มีกำลังขับและความดัง (SPL) ที่เพียงพอและเหมาะสมกับการใช้งาน
  • รูปแบบการติดตั้ง ระยะการติดตั้งและความสูง: กำหนดชนิดของลำโพงที่เหมาะสม (เช่น ลำโพงติดเพดาน, ลำโพงติดผนัง, ลำโพงฮอร์น) เพื่อให้เสียงครอบคลุมสม่ำเสมอ

ส่วนประกอบหลักของระบบประกาศเสียงแบบ IP

ระบบ IP PA ทั่วไป ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักดังนี้:

ส่วนประกอบ หน้าที่หลัก ตัวอย่างอุปกรณ์
1. เซิร์ฟเวอร์/ซอฟต์แวร์ควบคุม (Central Management Server/Software) บริหารจัดการ, กำหนดโซน, ตั้งเวลา, จัดลำดับความสำคัญ กระจายสัญญาณเสียง PC Server พร้อมซอฟต์แวร์ หรือ อุปกรณ์ที่มี Built-in Software
2. เครือข่าย (IP Network) ช่องทางการส่งสัญญาณแบบ IP (LAN หรือ WAN ก็ได้) สวิตช์เครือข่าย (PoE Switch), สาย LAN
3. อุปกรณ์ปลายทาง (End-Points) รับ/ส่งสัญญาณ IP และแปลงเป็นเสียง ไมค์ประกาศ แบบ IP, ลำโพง IP (IP Speaker), IP Amplifier/ถอดรหัส (IP Decoder) ที่เชื่อมต่อกับลำโพงอะนาล็อกเดิม, อินเตอร์คอม เป็นต้น

การประเมินราคาและการวางแผนงบประมาณ 

ค่าใช้จ่ายของการติดตั้งระบบ IP PA สามารถแยกออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่

1. ค่าใช้จ่ายในส่วนของระบบ/อุปกรณ์ **ประเมินได้โดยผู้ขาย เมื่อมีข้อมูลความต้องการที่ชัดเจน** ขึ้นอยู่กับ..

  • จำนวนจุดติดตั้งลำโพง: นับจำนวนและประเภทของลำโพง IP และ IP Amplifier ที่จำเป็นตามการออกแบบโซนและพื้นที่ครอบคลุม (เป็นปัจจัยหลักของค่าใช้จ่าย) *** โดยประเภทของลำโพงจะมีผลกับราคา เช่น ลำโพงฮอร์น, ลำโพงติดเพดาน, ลำโพงติดกำแพง (Wallmount) หรือ ลำโพงสำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร (Outdoor)
  • จำนวนจุดติดตั้งไมค์ประกาศ 
  • ค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ควบคุม
    • ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (Software Licensing): บางระบบอาจมีค่าใช้จ่ายคิดตามจำนวนอุปกรณ์ หรือต่อเซิร์ฟเวอร์
    • เซิร์ฟเวอร์: หากใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะ อาจต้องลงทุนในเซิร์ฟเวอร์ที่มี Spec ตามที่กำหนด

2. ค่าใช้จ่ายในส่วนอุปกรณ์เครือข่าย **ประเมินได้โดยลูกค้าหรือเจ้าหน้าที่ IT เมื่อมีข้อมูลจำนวนจุดติดตั้งที่ต้องการ และความพร้อมของอุปกรณ์เดิมที่มีอยู่ว่า มีสวิตซ์เครือข่าย และจำนวนพอร์ตเพียงพอหรือไม่ **

  • อุปกรณ์สวิตช์เครือข่าย หรือสวิตช์ PoE: สามารถใช้ของที่มีอยู่เดิม จัดหาเพิ่มเติม หรือติดตั้งใหม่เพื่อรองรับจำนวนพอร์ตให้เพียงพอต่ออุปกรณ์ทั้งหมด

3. ค่าติดตั้งและบริการ (Installation & Service)

  • ค่าแรงและค่าอุปกรณ์ประกอบในงานเดินสาย LAN เพิ่มเติม หรือเดินสายใหม่ทั้งหมด เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์เครือข่ายกับอุปกรณ์ IP PA **ประเมินได้โดยลูกค้าหรือเจ้าหน้าที่ IT เมื่อมีข้อมูลจำนวนจุดติดตั้งที่ต้องการ และความพร้อมของสายสัญญาณว่า ครอบคลุมจุดติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดหรือไม่ **
  • ค่าติดตั้ง ยึดกำแพง แขวนผนังลำโพง IP, IP Amplifier, ไมค์ประกาศ, อินเตอร์คอม รวมอุปกรณ์ประกอบ
  • ค่าเซ็ตอัปและโปรแกรมค่าการทำงานของระบบ IPPA ทั้งหมดตามความต้องการ **ประเมินได้โดยผู้ขาย ตามความยากง่ายของงาน**

 


หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้ ที่นี่ หรือทักทาง LINE ID: @bingcom หรือโทร 062 494 6915